วันอังคารที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2557

โลก ไม่ได้หมุน รอบตัวเรา

เราจะบีบแตรใส่คนที่ยืนยึกยักข้างถนนแยกที่ผ่านมามั้ย
..ถ้ารู้ว่าเขาใส่ขาเทียม
เราจะเดินเบียดชนคนที่เดินช้าข้างหน้ามั้ย
..ถ้ารู้ว่าเขาเพิ่งตกงาน
เราจะขำ และนินทาคนที่แต่งตัวเชยๆ มั้ย
..ถ้ารู้ว่าเขามีชุดตัวเก่งแค่ชุดเดียว
เราจะรำคาญสาวโรงงานที่มาเดินพารากอนมั้ย
..ถ้ารู้ว่านี่คือการเก็บเงินมาฉลองวันเกิดของเธอ
เราจะหมั่นไส้รำคาญลุงโต๊ะข้างๆที่คุย และหัวเราะเสียงดังมั้ย
..ถ้ารู้ว่าเขาอยู่ในมะเร็งระยะสุดท้าย

เรารู้ชัดเสมอ ว่าเรากำลังเจออะไร
แต่ เราไม่มีวันรู้ว่า คนที่เราเจอนั้น เจออะไรมาบ้าง
.....โลก ไม่ได้หมุนรอบตัวเราคนเดียว !!

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
อีกมุมหนึ่งของความคิด

ประเด็นแรกที่มันบอกว่าอย่าไปบีบแตรใส่คนที่ยืนยึกยักข้างถนน เพราะเขาอาจจะใส่ขาเทียมอยู่ก็ได้
กรูอยากบอกว่าการบีบแตรเตือนคนที่ยืนยึกยักข้างถนนนี่เป็นเรื่องปรกติ เพราะมันเป็นการส่งสัญญาณเตือนเขาให้ระวังรถ ไม่ได้แปลว่าคนบีบแตรดูถูกเหยียดหยามคนที่เดินยึกยักว่าข้ามถนนไม่เป็นเลย ถ้าใครคิดแบบนั้นไม่บ้าก็โรคจิตแล้ว

ประเด็นต่อมาเรื่องคนตกงานเดินช้า คำคมบอกว่าเราไม่ควรไปเบียดเขา อันนี้กรูว่าใช้ไม่ได้
เพราะมันบอกให้คนอื่นเห็นใจคนตกงานเพียงฝ่ายเดียว จริงๆแล้วมันต้องให้ทั้งสองฝ่ายเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน คนตกงานก็ควรจะมีความคิดว่าถ้าเราเดินเกะกะขวางทางชาวบ้าน อาจทำให้คนที่รีบเร่งหรือมีธุระเร่งด่วนเดือดร้อนก็ได้

ประเด็นที่สาม ไอ้ที่บอกว่าอย่าไปหัวเราะคนที่แต่งตัวเชยๆเพราะนั่นอาจเป็นชุดเก่งของเขา ปรกติคนทั่วไปที่สติดีๆ เวลาเห็นใครแต่งตัวบ้าๆบอๆหรือเชยสุดชีวิต ก็ไม่มีใครไปหัวเราะเยาะคนๆนั้นหรอกว่ะ ส่วนมากก็มองผ่านๆหรือทำเป็นไม่สนใจทั้งนั้น ถ้าจู่ๆมีใครไปหัวเราะชาวบ้านเพียงเพราะเขาแต่งตัวไม่ถูกจริตของตัวเอง กรูว่าคนที่หัวเราะต่างหากที่สติไม่สมประกอบ

ประเด็นที่สี่ ที่ว่าไม่ควรลูบผมเด็กเพราะอาจเป็นคนแคระ …. คนจิตปรกติที่ไหนจู่ๆจะไปลูบผมชาวบ้านกันวะ

ประเด็นที่ห้า ไม่ควรดูถูกสาวโรงงานที่มาเดินห้างพารากอน เพราะเขาอาจจะมาฉลองวันเกิดก็ได้
เฮ้ย นี่กรูถามจริงๆเลยนะ สาวโรงงานมีสิทธิมาเดินห้างหรูเฉพาะวันเกิดรึไงวะ ถ้ามีใครดูถูกสาวโรงงาน เพียงเพราะเขาเดินช๊อปปิ้งในห้างหรู กรูว่าคนๆนั้นคงจิตใจวิปริตวิปลาสสิ้นดีเลยว่ะ

ประเด็นที่หก ไม่ควรหมั่นไส้ลุงที่หัวเราะเอิ้กอ้ากแถมทำตัวหนุ่มเฟี้ยว เพราะเขาอาจจะเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายก็ได้ แหม ถ้ามึงจะให้สิทธิพิเศษกับคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ให้เขาทำทุกอย่างได้ตามอำเภอใจมันก็มากเกินไป จะหัวเราะลั่นก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่มันต้องดูกาละเทศะด้วยว่าเขาหัวเราะที่ไหน ในบริบทอะไร ถ้าเขาไปหัวเราะในที่ๆไม่เหมาะสม เช่นไปหัวเราะเอิ้กอ้ากในงานศพ ต่อให้เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายก็ควรตำหนิว่ะ

ที่กรูเอาคำคมนี้มาชำแหละเป็นส่วนๆ ไม่ได้แปลว่ากรูไม่เข้าใจว่ามันต้องการสื่ออะไรนะ
กรูเข้าใจความนัยของมันดีเลยล่ะ แต่ประเด็นคือกรูว่าคำคมชุดนี้แม่งเปรียบเทียบได้เพี้ยนสิ้นดีเลยว่ะ

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น: