วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

แจกๆๆๆ…”วิธีการคำนวณออกแบบและเชื่อมต่อระบบโซล่าเซลล์”แบบง่ายๆสำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานทางเลือก???



กรณีไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบ้านหรือบ้านสวนที่อยู่ห่างไกล  หลายท่านพยายามหาทางเลือกทดแทนไฟฟ้าหรือแหล่งผลิตไฟฟ้า หนึ่งในนั้น ต้องมีระบบโซล่าเซลล์ อยู่ในใจของท่านแน่นอน  
ปัญหาอันดับแรกก็คือ ไม่รู้ว่าจะใช้ แผงโซล่าเซลล์ขนาดเท่าไหร่ แบตเตอรี่ขนาดไหน อินเวอร์เตอร์อีก แค่หุงข้าวกินกับดูทีวีสักเครื่องใช้เท่าไหร่ ฯลฯ คำตอบคือ ไม่มีใครตอบท่านได้หรอกครับ ก่อนอื่นท่านต้องเข้าใจว่าแต่ละคนใช้ไฟไม่เท่ากัน บิลค่าไฟแต่ละบ้านก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นการที่จะตอบว่าเท่าไหร่นั้นตอบไม่ได้หรอกครับถ้าไม่ทราบข้อมูลการใช้ ไฟฟ้าของท่าน



ก่อนการตัดสินใจซื้อโซล่าเซลล์ สิ่งที่ควรทราบถึงระบบที่เราต้องการเพื่อให้การลงทุนที่คุ่มค่าและเหมาะสม ควรต้องรู้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวันและสถานที่ติดตั้งจึงจะ สามารถคำนวณส่วนประกอบของระบบได้ซึ่งปกติอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชนิดใช้พลังงาน เท่าได(วัตต์ หรือ Watt) และ เราต้องการเปิดใช้งานนานกี่ชั่วโมงต่อวันรวมถึงในกรณีที่แผงโซล่าเซลล์ ไม่สามารถรับแสงเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งต้องใช้พลังงานสำรองที่ได้จาก แบตเตอรี่ว่าสามารถใช้ได้นานเท่าได
ขั้นตอนแรกก่อนการออกแบบและคำนวณ ระบบพลังงานไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์
สิ่งแรกที่ควรทำก่อนการขอให้คำนวณ
  –  เลือกโหลดไฟฟ้าที่เหมาะสม และลดโหลดไฟฟ้าที่จำเป็น
  –  กำหนดพลังงานไฟฟ้าที่ต้องการใช้ในแต่ละวัน
  –  วางแผนสำรองพลังงานไฟฟ้าที่ต้องการ กรณีไม่มีแดด
ความหมายของหน่วยทางไฟฟ้า ที่จะใช้ในการคำนวณครั้งนี้
1. V (Volt) โวลต์ คือหน่วยที่ใช้เรียกขนาดของแรงดันไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 2 แบบ
1.1.กระแสสลับ(AC) เช่น ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 220V หมายถึงขนาดของแรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์      
1.2.กระแสตรง (DC) เช่น ในแบตเตอรี่ต่างๆ  12V , 24V หมายถึงขนาดของแรงดันไฟฟ้า 12 โวลต์  และ 24 โวลต์
2. Ah (Ampere-Hour) แอมแปร์-ชั่วโมง ความจุของแบตเตอรี่ในการบรรจุพลังงาน
    พลังงานในแบตเตอรี่ 12 V 100 Ah เท่ากับ 12V x 100Ah หรือ 12V x 100A x 3600s จะได้เท่ากับ 4.32 MJ 
    ถ้าแบตเตอรี่ 100 Ah เท่ากับว่าแบตเตอรี่จะจ่ายกระแส 1 แอมแปร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 100 ชั่วโมง หรือแบตเตอรี่จ่าย         กระแส 10 แอมแปร์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ชั่วโมง
3. W (Watt) วัตต์ คือหน่วยที่ใช้เรียกขนาดของกำลังไฟฟ้า เช่น หลอดไฟขนาด  20W หมายถึง หลอดไฟใช้กำลังไฟฟ้า 20 วัตต์
ส่วนประกอบของระบบโซล่าเซลล์
1. แผงโซลาร์เซลล์ ( Solar Cell Panel )ทำหน้าที่ เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้ากระแสตรง
2. แบตเตอรี่ ( Battery ) ทำหน้าที่ เก็บกระแสไฟฟ้าที่โซลาร์เซลล์ผลิตได้ใว้  
3. เครื่องควบคุม ( Solar Charge Controller )  ทำหน้าที่  ควบคุมการชาร์จไฟจากแผงโซลาร์เซลล์ลงแบตเตอรี่ และควบคุมการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ไปเครื่องใช้ไฟฟ้า
4. เครื่องแปลงไฟ ( Power Inverter ) ทำหน้าที่  เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรง(ไฟจากแบตเตอรี่  DC) เป็นไฟฟ้ากระสลับ 220 V (ไฟบ้าน AC)
Solar Cell System Design
วิธี การคำนวณ ระบบโซล่าเซลล์ บ้านหลังหนึ่งต้องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเซลล์แสงอาทิตย์ไปใช้กับหลอดไฟ ฟลูออเรสเซนต์ชนิดมีบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ในตัว จำนวน 2 ดวง (18W X 2 ) เป็นเวลา 6  ชั่วโมงต่อวัน, โทรทัศน์สี 21 นิ้ว (120 W) ประมาณ 3  ชั่วโมงต่อวัน
เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar cell)
    ขนาดของแผง  =  ค่าการใช้พลังงานรวมทั้งหมด / 5 ชั่วโมง (ปริมาณแสงอาทิตย์ที่น่าจะได้ใน 1 วัน) = {(18 W X 2 ดวง) X 6 ชั่วโมง} + {(120 W) X 3 ชั่วโมง} / 5 ชั่วโมง = 115.2 W
  ดังนั้น ขนาดของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ต้องใช้ คือ ขนาด 12V 115.2W แต่คงไม่มีแผงขนาดนี้  ให้ขยับไปใช้ 12V 120W
แบตเตอรี่ (Battery)
  จะทำหน้าที่เก็บสำรองไฟฟ้า ในเวลาที่แผงโซลาร์ไม่สามรถรับแสงได้ (เวลากลางคืน) แบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในระบบเซลล์แสงอาทิตย์ ควรใช้แบตเตอรี่ชนิด Deep Cycle แต่จะมีราคาสูง ซึ่งเราสามารถเลือกใช้กับแบตเตอรี่ชนิดอื่นแทนได้ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ หรือ แบตเตอรี่แห้ง (Sealed Lead Acid Battery) ได้ ซึ่งจะมีราคาถูกกว่า
สูตรคำนวน ขนาดกระแส/ชั่วโมง ของแบตเตอรี่สามารถคำนวณได้จาก 
     Ah = ค่าพลังงานรวม / [แรงดันไฟฟ้าแบตเตอรี่ X 0.6 (% การใช้งานกระแสไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่) X 0.85 (ประสิทธิภาพของ Inverter)]
= {( 18W X  2 ดวง) X 6 ชั่วโมง} + {(120 W) X 3 ชั่วโมง} / [12 โวลต์ X 0.6 X 0.85] = 94.117 Ah 
       ดังนั้นขนาดของแบตเตอรี่ที่ใช้จะเป็นขนาด 12 โวลต์ 94.117 Ah หรือมากกว่า ฉะนั้นควรใช้ขนาดรุ่น 12 โวลต์ 100Ah หรือ 125Ah
เครื่องควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้า (Charge Controller)
        จะทำหน้าที่ควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าลงในแบตเตอรี่ จะทำให้ยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ ซึ่งต้องมีขนาดเท่ากับหรือมากกว่า กระแสไฟฟ้า (Amp) ที่ไหลผ่านจากแผงโซลาร์เซลล์สู่แบตเตอรี่ดังนั้น  ขนาดของเครื่องควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้า ควรมีขนาดเกินกระแสไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์  เช่น แผงโซล่าเซลล์ ขนาด 120W 8A  ควรใช้ เครื่องควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้า ขนาด 10 A
เครื่องแปลงไฟฟ้า (Inverter)
ไฟฟลูออเรสเซนต์ชนิดมีบัลลาสน์อิเล็กทรอนิกส์ในตัว จำนวน 2 ดวง (18W x 2) เป็นเวลา 6 ชั่วโมงต่อวัน และโทรทัศน์สี 21 นิ้ว (120 W) ประมาณ 3  ชั่วโมงต่อวัน = (18 W X 2 ดวง) + (120 W) = 156 W 
ดั้งนั้นขนาดของ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าควรมีขนาด 156 W แต่ควรมีขนาดสูงกว่าสำหรับขนาดที่เหมาะควรใช้ ขนาด 200 W ซึ่ง ใช้กับแบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์
โดยสรุปก็คือ บ้านหลังนี้จะใช้อุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์ ดังต่อไปนี้
1. แผงโซลาร์เซลล์ ( Solar Cell Panel )  ขนาด 12V 120W
2. แบตเตอรี่ ( Battery )  ขนาด 12 V 100Ah หรือ 125Ah
3. เครื่องควบคุม ( Solar Charge Controller )  ขนาด 10A
4. เครื่องแปลงไฟ ( Power Inverter )  ขนาด 200W
ที่มา:solarcellthailand96.com

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

R.I.P.ปอ // ทำไมคนดีถึงอยู่บนโลกนี้ได้ไม่นาน




 
เคยเห็นทวิตนึงทวิตว่า
"แม่คะ ทำไมคนดีถึงอยู่บนโลกนี้ได้ไม่นานคะ"
"เวลาหนูอยู่ในสวน หนูจะเลือกเก็บดอกไม้ดอกไหน"
"ดอกที่สวยที่สุดค่ะ"

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ใครสิวเยอะจัดไป !! สูตรเด็ด "ลดแผลเป็นสิว" ด้วยวิธีธรรมชาติอันแสนง่าย หายฉับไว.. ที่หลายคนลองใช้แล้วได้ผลจริง

หมดปัญหากันไปเลยกับสูตรเด็ดที่ง่ายๆทำได้ทุกที่ (ถ้าสะดวก) กับหลายคนที่มีปัญหาเรื่อง "สิว" โดยจากที่สิวเริ่มหายแล้วนั้นมักปัญหาที่ตามมาก็คือ รอยแผลเป็นจากสิว ที่มีรอยดำคล้ำ จนสร้างปัญหาให้ใครหลายๆคนต้องเซง และบางคนหากเป็นเยอะแล้วนั้นแทบไม่ออกจากบ้านเลยทีเดียว


วันนี้เรามีทางแก้ปัญหา ลดรอยแผลเป็นจากสิว ในแบบธรรมชาติ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปดุกับเลย รับรองได้เลยว่าสูตรนจี้หลายคนเคยใช้มาแล้วต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ผลจริง!!!




1. ทาน้ำมะนาวสด น้ำมะนาวมีคุณสมบัติขัดฟอกผิวตามธรรมชาติ และสามารถช่วยให้สีของแผลเป็นจากสิวอ่อนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้คุณผสมน้ำมะนาวกับน้ำในอัตราส่วนที่เท่ากัน แล้วนำมาทาบนรอยแผลเป็นทั้งหลาย และหลีกเลี่ยงบริเวณผิวหนังโดยรอบ จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 15-20 นาที ให้ล้างออก หรือคุณอาจจะปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนแบบมาส์กก็ได้ แต่การทิ้งไว้ข้ามคืนไม่ใช่วิธีที่แนะนำเพื่อทำให้รอยสิวสีจางลง เนื่องจากน้ำมะนาวมีค่าความเป็นกรดด่าง (pH) คือ 2 แต่ของผิวหนังคือ 4.0-7.0 ดังนั้นหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปหรือไม่ได้ทำให้เจือจางก่อน จะสามารถก่อให้เกิดภาวะผิวไหม้จากเคมีได้ น้ำผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ ประกอบไปด้วยสารเคมีที่เรียกว่า เบอร์แกพเทน (Bergapten) ซึ่งจะไปผูกติดกับ DNA และทำให้ผิวหนังถูกทำลายโดยรังสี UV ได้ง่ายกว่าเดิม
จำไว้ว่าให้เติมความชุ่มชื้นแก่ผิวทันทีหลังจากล้างน้ำมะนาวออกแล้ว เนื่องจากกรดซิตริกในมะนาวสามารถทำให้ผิวแห้งได้อย่างมาก
น้ำมะนาวพันธุ์ลูกสีเขียวที่มีขนาดเล็กกว่า (lime ซึ่งมีกรดซิตริก
เช่นกัน) ในปริมาณเพียงเล็กน้อย สามารถนำมาใช้แทนน้ำมะนาวพันธุ์ลูกสีเหลืองที่มีขนาดใหญ่กว่า (lemon) ได้เลย




2. ขัดผิวหน้าด้วยผงฟู ผงฟูสามารถนำมาใช้ขัดผิวและลดขนาดรอยแผลเป็นจากสิวได้ ทั้งหมดที่คุณต้องทำก็คือ ผสมผงฟู 1 ช้อนชาเข้ากับน้ำ 2 ช้อนชา นำมาทาทั่วทั้งใบหน้าแล้วนวดวนๆ ให้ผงฟูเข้ากับผิวหน้า โดยเน้นบริเวณที่มีรอยแผลเป็นสัก 2 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่นแล้วซับผิวให้แห้ง ไม่แนะนำวิธีนี้สำหรับรักษาหรือทำให้รอยสิวหรือสิวที่ยังอักเสบอยู่หายไป เนื่องจากค่า pH ของผงฟูคือ 7.0 ซึ่งนับว่าเป็นกลางกับค่า pH ของผิวหนังเกินไป ทั้งนี้ค่า pH ของผิวหนังที่ดีที่สุดอยู่ที่ระหว่าง 4.7-5.5 ซึ่งไม่เอื้อต่อการเกิดสิวประเภท p. acne (สิวส่วนใหญ่ที่มีแบคทีเรียเป็นต้นเหตุ) ฉะนั้นการเพิ่มค่า pH ให้เป็นกลางมากขึ้น สิวประเภทดังกล่าวก็จะสามารถอยู่รอดบนหน้าของคุณได้นานขึ้น รวมถึงเกิดการติดเชื้อและอักเสบได้มากขึ้นอีกด้วย[1]
คุณอาจใช้ส่วนผสมของผงฟูกับน้ำ เพื่อรักษาแบบเฉพาะจุดได้เช่นกัน โดยทาบนบริเวณรอยแผลเป็นโดยตรง แล้วปล่อยทิ้งไว้ 10-15 นาทีก่อนจะล้างออก

 


3. ใช้น้ำผึ้ง น้ำผึ้งคือยารักษาจากธรรมชาติสำหรับขจัดสิวและลดรอยแดงที่สิวทิ้งไว้ ที่น้ำผึ้งทำเช่นนี้ได้ก็เพราะในน้ำผึ้งมีสารต้านแบคทีเรีย ซึ่งจะช่วยปลอบประโลมผิวและลดการอักเสบ น้ำผึ้งสดไม่ผ่านกระบวนการหรือน้ำผึ้งมานูกาเป็นน้ำผึ้งที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุด สามารถนำมาแต้มได้โดยตรงที่บริเวณแผลเป็นโดยใช้คอตตอนบัด

น้ำผึ้งเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากน้ำผึ้งไม่มีสารก่อความระคายเคือง และยังต่างไปจากยารักษาอื่นๆ ที่จะทำให้ผิวแห้ง เพราะน้ำผึ้งจะมอบความชุ่มชื้นแก่ผิว

หากคุณหาซื้อผงไข่มุกได้ (ซึ่งสามารถพบได้ตามร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพหรือตามอินเทอร์เน็ต) ก็สามารถนำผงไข่มุกปริมาณเพียงเล็กน้อยมาผสมกับน้ำผึ้ง เพื่อให้ได้ทรีทเมนต์ที่มีฤทธิ์ในการรักษามากขึ้น เพราะผงไข่มุกน่าจะช่วยลดการอักเสบและทำให้รอยสิวจางลงได้



4. ทดลองใช้ว่านหางจรเข้ วุ้นของว่านหางจระเข้คือสิ่งที่มีฤทธิ์ปลอบประโลมผิวตามธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาใช้บรรเทารักษาได้หลายอย่าง ตั้งแต่แผลไฟไหม้ แผลสด ไปจนถึงแผลเป็นจากสิว ว่านหางจระเข้จะช่วยฟื้นฟู ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และเร่งให้รอยสิวจางหายไป ผลิตภัณฑ์จากว่านหางจระเข้หาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป แต่ถ้าให้ดีที่สุด ควรซื้อต้นว่านหางจระเข้แล้วใช้วุ้นจากใบที่หักแล้ว เจ้าวุ้นที่มีลักษณะเหมือนเจลนี้สามารถนำมาทาที่แผลเป็นได้โดยตรงและไม่จำเป็นต้องล้างออก

เพื่อให้ได้ฤทธิ์การรักษาที่เข้มข้นขึ้น คุณสามารถผสมน้ำมันทีทรี (ซึ่งช่วยให้ผิวกระจ่างใส) ลงไปในวุ้นว่านหางจระเข้ก่อนนำไปทาผิว



 
5. ใช้น้ำแข็งก้อน การใช้น้ำแข็งเป็นวิธีรักษาที่ทำได้ที่บ้าน แถมยังง่ายสุดๆ ซึ่งสามารถช่วยให้รอยสิวจางลงด้วยการปลอบโยนผิวที่อักเสบและลดรอยแดง เวลาจะใช้ ให้คุณห่อน้ำแข้งก้อนด้วยผ้าสะอาดหรือทิชชูอย่างหนาแผ่นหนึ่ง แล้วประคบบริเวณที่มีแผลเป็นสัก 1 หรือ 2 นาที จนกว่าผิวบริเวณดังกล่าวจะรู้สึกชา

แทนที่จะทำน้ำแข็งจากน้ำธรรมดา คุณสามารถนำน้ำชาเขียวเข้มข้นมาใส่ถาดทำน้ำแข็งแล้วนำน้ำแข็งชาที่ได้มาประคบบริเวณรอยสิว ในชาเขียวมีสารต้านการอักเสบ ซึ่งไปเสริมฤทธิ์กับความเย็นของน้ำแข็ง




6. ทำยาพอกจากไม้แก่นจันทน์ เป็นที่รู้กันดีว่าไม้แก่นจันทน์มีสรรพคุณในการรักษาผิว อีกทั้งยังสามารถจัดเตรียมไว้ใช้ได้ง่ายๆ ที่บ้าน เพียงคุณผสมผงไม้แก่นจันทน์ 1 ช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำดอกกุหลาบหรือนมสัก 2-3 หยดเพื่อทำเป็นยาพอก จากนั้นนำมาทาบริเวณแผลเป็นแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนล้างออก ทำเช่นนี้ซ้ำกันทุกวันจนกว่าแผลเป็นจะหายไป
 
อีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถผสมผงไม้แก่นจันทน์กับน้ำผึ้งปริมาณเล็กน้อย แล้วใช้ยาพอกที่ได้ในการลดรอยแผลเป็นเฉพาะจุดก็ได้




7. ลองใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล เมื่อใช้ไปได้สักระยะหนึ่ง น้ำส้มสายชูหมักแอปเปิลจะช่วยจัดสมดุลค่า pH ของผิวคุณ ปรับปรุงสภาพผิว แล้วยังช่วยลดรอยแดงและรอยแผลเป็นต่างๆ อีกด้วย เวลาจะใช้ให้คุณเจือจางน้ำส้มสายชูนี้ด้วยน้ำ โดยให้น้ำมีปริมาณมากกว่าน้ำส้มสายชูสองเท่า แล้วนำมาทาบริเวณแผลเป็นโดยใช้สำลีก้อนทุกวัน จนกว่าแผลเป็นจะเริ่มหายไป

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

ไข้เลือดออกกำลังระบาด หากพอมีวิธีไหนที่จะช่วยป้องกันยุงได้ก็คงจะดีไม่ใช่น้อย ซึ่งนอกจากการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงตามแอ่งน้ำต่างๆแล้ว ก็สามารถสร้างปราการป้องกันยุงได้อีกหนึ่งวิธีด้วยการใช้ "ต้นไม้ไล่ยุง" ที่จะทำให้เจ้ายุงร้ายถอยห่างออกไปจากบ้านของเรา และจะช่วยให้พวกเราปลอดภัยจากโรคติดต่อได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังไร้สารเคมีที่คอยทำลายสุขภาพอีกด้วย
“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

1. ตะไคร้หอม
พืชชนิดนี้มีกลิ่นเป็นอาวุธ เมื่อยุงได้กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของตะไคร้มันก็มักจะทนไม่ได้เสมอ ทั้งนี้ก็เพราะยุงไม่ถูกกับน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในตะไคร้นั่นเอง และเพราะตะไคร้เป็นต้นไม้ที่ไม่ค่อยสูงมากนัก ปลูกง่าย ขยายพันธุ์สะดวก การปลูกตะไคร้ใส่กระถางแล้ววางไว้ริมระเบียงหรือสวนในบ้าน ก็น่าจะช่วยป้องกันเจ้ายุงร้ายให้มันอพยพหนีออกไปได้เป็นอย่างดี

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

2. แคทนิป หรือ กัญชาแมว
ต้นไม้ชนิดนี้เป็นพืชตระกูลเดียวกับสะระแหน่ ต้นกัญชาแมวสามารถขยายพันธุ์ง่าย ๆ ด้วยการเพาะเมล็ดในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี มีแสงแดดส่องถึง ซึ่งเมื่อต้นไม้ชนิดนี้เตอบโต สารเนเปทาแลคโตน (Nepetalactone) ที่อยู่ในกัญชาแมวจะทำให้น้องแมวมีความสุขคล้ายกับสารเสพติด และยังเป็นสารช่วยป้องกันยุงและแมลงที่ได้ผลมากกว่ายาฆ่าแมลงซะอีก ที่สำคัญคือไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ด้วย

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

3. โหระพา
บ้านไหนชอบทำอาหารแนะนำให้ปลูกโหระพาเลยค่ะ เพราะนอกจากจะนำมาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารรสจัดจ้านได้แล้ว โหระพายังช่วยป้องกันยุงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย กลิ่นหอมเฉพาะตัวของโหระพาจะส่งผลเสียต่อยุงและแมลง และเมื่อพวกมันไม่สามารถทนทานต่อกลิ่นฉุนของโหระพาได้ มันก็จะเข้ามาทำร้ายเราได้ยากขึ้นในที่สุด

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

4. สะระแหน่
อีกหนึ่งพืชผักสวนครัวตัวดีที่ยุงเห็นแล้วต้องส่ายหน้าก็คือ "สะระแหน่" เพราะภายในใบสะระแหน่จะมีน้ำมันหอมระเหยที่ยุงไม่ชอบเอามาก ๆเลย หากใครต้องการกันยุง ให้นำใบสะระแหน่มาขยี้แล้วทาลงบนผิวโดยตรงได้เลย รับรองว่ายุงขยาดแน่นอน

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

5. กระเทียม
เพราะกระเทียมมีฤทธิ์เป็นเบสต่อการทำอาหารแทบทุกชนิด และกลิ่นของกระเทียมก็รุนแรงจนช่วยกันยุงไม่ให้บินเข้ามาหาเราได้ง่ายๆ การปลูกกระเทียมจึงเหมาะสมเป็นอย่างมากสำหรับคนที่อยากมีสุขภาพดี เพราะนอกจากจะกับยุงได้แล้ว การรับประทานกระเทียมยังช่วยความคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้อีกด้วยนะ

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

6. เจอเรเนียม
หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อดอกไม้ชนิดนี้ในโฆษณาสินค้าบางประเภท และที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะน้ำมันหอมระเหยของดอกเจอเรเนียมจะมีกลิ่นคล้ายเลมอน ซึ่งเมื่อฟุ้งกระจายออกไปในอากาศแล้ว ก็จะช่วยไล่ยุงในยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี เพราะเช่นนั้นถึงได้มีคนเอากลิ่นของดอกไม้ชนิดนี้ไปเสริมแต่งกลิ่นในผลิตภัณฑ์บางประเภทนั่นเอง

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

7. มะกรูด
ใครๆก็เอามะกรูดไปหมักผม แต่นอกจากความสามารถในการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว มะกรูดก็ยังใช้ไล่ยุงได้เป็นอย่างดีด้วย ทั้งนี้เพราะน้ำมันหอมระเหยในมะกรูดจะช่วยส่งกลิ่นฉุนไปรบกวนและป้องกันยุงไม่ให้บินเข้ามายุ่งในบ้านได้นั่นเอง

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

8. มอสซี่ บัสเตอร์
เป็นผลพวงจากการผสมพันธุ์ระหว่างเจอเรเนียมและตะไคร้หอม ทำให้มีลักษณะใบหยักคล้ายเจอเรเนียม และสามารถส่งกลิ่นคล้ายกลิ่นตะไคร้หอม ซึ่งมีฤทธิ์ไล่ยุงได้ไกลถึง 9 เมตร แนะนำให้ปลูกไว้ที่ริมรั้วที่ห่างจากตัวบ้านสักหน่อย เพราะในขณะที่กำลังเจริญเติบโตและมีขนาดเล็กมันจะมีสารที่ดึงดูดยุง แต่เมื่อมันโตเต็มที่ สารนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นสารไล่ยุงแทน

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

9. หม้อข้าวหม้อแกงลิง
พืชชนิดนี้เป็นไม้เลื้อยชนิดกินเนื้อที่จะกินเฉพาะแมลงเท่านั้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปร่างลิง ภายในเป็นหม้อที่มีของเหลวไว้ล่อแมลง และค่อยกลืนแมลงลงไปอย่างช้า ๆ คราวนี้ไม่ว่าจะยุงหรือแมลงไหน ๆ ที่บินมาติดกับก็จะโดนงับจนหายหมดสิ้น

“10 ต้นไม้ไล่ยุง” ปลูกติดบ้านไว้ ปลอดภัยไร้ยุงกวนใจห่างไกลไข้เลือดออก!!

10. จิงจูฉ่าย
ต้นจิงจูฉ่าย ถูกรู้จักกันดีในนามของสมุนไพรจีนต้านมะเร็ง แต่นอกจากการเป็นต้นไม้รักษาโรคแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้ยังเป็นต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมที่ยุงไม่ชอบและไม่กล้าบินเข้ามาใกล้ด้วย เมื่อนำมาบดขยี้แล้วทาที่ผิวหนัง ก็จะสามารถกันยุงได้เป็นอย่างดี

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

php

ปกติแล้วเวลาทำการติดตั้ง php ค่า default ของ register_globals จะเป็น Off แต่บางครั้งเราก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องการใช้งาน ในแบบที่ register_globals=On เช่น ไม่อยากไปแก้ code โปรแกรมเดิมที่เขียนไว้ตั้งนานแล้วบ้างล่ะ แต่จะทำยังไง ถ้าหากว่า server ที่เราจำเป็นต้องใช้งานเค้ากำหนด register_globals มาให้เป็น Off ล่ะจะทำยังไง
เคยประสบปัญหาเวลาจะทำการย้าย server หรือมีการ upgrade version ของ php เป็น version ใหม่ แล้วทาง admin เค้าไม่ได้กำหนดให้ register_globals = On กันบ้างไหม เราจะแก้ปัญหากันยังไง แก้ code ในโปรแกรมของเรา หรือว่าจะแจ้ง admin ให้เค้าแก้ php.ini ให้ ????
โดยปกติแล้วเวลาทำการติดตั้ง php ค่า default ของ register_globals จะเป็น Off แต่บางครั้งเราก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องการใช้งาน ในแบบที่ register_globals=On เช่น ไม่อยากไปแก้ code โปรแกรมเดิมที่เขียนไว้ตั้งนานแล้วบ้างล่ะ แต่จะทำยังไง ถ้าหากว่า server ที่เราจำเป็นต้องใช้งานเค้ากำหนด register_globals มาให้เป็น Off
วันนี้ผมมี script ที่จะช่วย convert ค่าตัวแปรที่อยู่ใน $_GET, $_POST, $_FILES ให้เป็นชื่อ ตัวแปร แบบที่ถูกกำหนดใน php.ini ให้ register_globals=On จะง่ายดายเพียงใด เชิญชม..
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
// Convert Variable Array To Variable
 
while(list($xVarName, $xVarvalue) = each($_GET)) {
     ${$xVarName} = $xVarvalue;
}
 
 
while(list($xVarName, $xVarvalue) = each($_POST)) {
     ${$xVarName} = $xVarvalue;
}
 
while(list($xVarName, $xVarvalue) = each($_FILES)) {
     ${$xVarName."_name"} = $xVarvalue['name'];
     ${$xVarName."_type"} = $xVarvalue['type'];
     ${$xVarName."_size"} = $xVarvalue['size'];
     ${$xVarName."_error"} = $xVarvalue['error'];
     ${$xVarName} = $xVarvalue['tmp_name'];
}
จากนั้นก็เพียงแค่นำ code นี้ไปใส่ไว้ที่บรรทัดแรกสุดของโปรแกรมที่เราเขียน หรือว่าจะเอาไปใส่ไว้ใน file include ก็ได้นะครับ
ตัวอย่างจาก Source Code เราจะได้ชื่อตัวแปรใหม่ดังนี้ ซึ่งจะตรงกับชื่อตัวแปรที่ถูกกำหนดจาก register_globals=On
1
2
3
4
5
$_GET["get_var1"] //ไปเป็น $get_var1
 
$_POST["post_var1"] //ไปเป็น $post_var1
 
$_FILES["file1"] //ไปเป็น $file1, $file1_name, $file1_type, $file1_size
อีกนิด : ถ้าเป็นไปได้ควรเขียนโปรแกรมรับค่าจาก form ต่างๆ โดยใช้ตัวแปร $_GET, $_POST,$_FILES นะครับ