วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แค่ ถังน้ำแข็ง หรือนี้ // ฟังเพลง // ปั่นน้ำผลไม้ // ล้อเลื่อน ขนของ // จาน // มีด //ที่เปิดขวด







http://coolestkickstarter.com/ This time the sequel is better than the original. The COOLEST cooler is 60 quarts of AWESOME packed with so much fun you'll look for excuses to get outside more often



https://www.kickstarter.com/projects/ryangrepper/coolest-cooler-21st-century-cooler-thats-actually

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

มุมกล้องเท่ๆ
























วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ไขประเด็นดัง นิวรอน [งานวิจัยสมอง] ความคิดเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน








ทำไมบางคนสำเร็จซ้ำๆ
ทำไมบางคนล้มเหลวซ้ำๆ
ตั่งใจดูแค่13นาที่..อาจเปลี่ยนชีวิตคุณ




ความคิดเปลี่ยนทุกอย่างเปลี่ยน

ไม่มีใคร หรอกครับ ที่จะสมหวังในทุกๆเรื่อง คนที่ระสบความสำเร็จในวันนี้ อาจเป็นผู้แพ้ ในวันวาน

อะไร? คือ สาเหตุที่ทำให้ คนเหล่านี้ ประสบความสำเร็จ คืออะไร?

ความฉลาด ความขยัน ฐานะดีอยู่แล้ว ส่วนตัวผม ในอดีตก็คิดว่า ปัจจัยเหล่านี้คือ คำตอบ แต่อยากบ่องตง* กับเพื่อนๆว่า สิ่งเหล่านี้ ถ้ามีคูณสมบัติที่ สูสีกันทุกๆคน คนที่จะประสบความสำเร็จคือ คนที่คิดบวก คิดภาพแห่งความสำเร็จไว้ หรือ มองภาพของอนาคตไว้

ซึ่งความจริงๆ ปัจจุบัน ยังมีงาน วิจัยรองรับรับอีกต่างหาก อันนี้ลองศึกษาเพิ่มเติม ในส่วนของการทำงานของนิวรอนได้(Neuron)

ตัวอย่างวิธีคิดของคน ที่ประสบความสำเร็จ คือ คิงปกติครับดอย่างคนชนะ เชื่ออย่างไม่มีเหตุผล(จริงๆ แล้ว มนุษย์ไม่ได้ใช้เหตุผล เพียวๆในกระบวนการคิด แต่ส่วนใหญ่ใช้อารมณ์เป็น เรื่องปกติครับ ฝรั่งเขาคิดงั้น) ตัวอย่างที่ชีดเจน อีกอย่าง คือ คำพูดของชายคนนี้ครับ เขาคือ บิลเกต

บิลเกตได้กล่าวไว้ว่า

"สมัยที่ผมเรียนหนังสือ ผมสอบตกบางวิชา และหลังจากนั้นตอนทำงาน ะพื่อนๆส่วนใหญ่ของผมเป็นวิศวกร แต่ผม เป็นเจ้าของธุรกิจ(Business Owenr).

เริ่มวันนี้ คิดแบบนี้ ความคิดเราจะดึงดูดเงินทอง ความสำเร็จ คนรัก มาสู่เรา เมื่อความคิดเราแข็งแรงพอ เปรียบเสมือนวัตถุขนาดใหญ่ ก็จะดึงดูดมวลขนาดเล็กๆ 

แล้วถึงวันนนั้น จะรู้ว่าไม่ยากอย่างที่คิด สิ่งที่ยากคือ การตัดสินใจ ยิ่งเราตัดสินใจเร็ว อย่าลังเล คิดลบปุ๊บหาทางกลับมา กลัับมา ท่องไว้ บวก++++ 

          ฝึกไว้จนกลายเป็นนิสัย แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยน "เมื่อความคิดเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน"











อย่างเก่ง อยากรวย ได้ง่ายๆ



ไขปริศนาความเป็นไป ของมนุษย์ ทำไม บางคนล้มเหลว บางคนสำเร็จ ซ้ำๆ คนเหลว  ทำอะไรก็ล้มเหลว คนสำเร็จทำอะไร ก็สำเร็จไปหมด



 นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบ นิวรอน (Neuron) ซึ่ง มีแขนเรียกว่า แอบซอน (Apson) ซึ่ง ส่งกระแสไฟฟ้าเป็นโครง เหมือนรากไม้



เชื่อมต่อกัน เป็นล้านๆ เซลล์ ยิ่งคิดลบ โครงข่ายพวกนี้ยิ่งจับตัวเป็นโครงข่าย ที่แข็งแรง ทำให้ ผิดหวัง ง่ายๆ ท้อแท้ง่ายๆ เพราะความคิดแบบนี้ แข็งแรง



                ซึ่งลักษณะ ของมันเป็นเหมือน แขน ขยับมาจับกัน อันเป็น การทำงานของเซลส์ ปกติ ซึ่ง มีการมาเรียงตัว มีการเติบโต โดยหาเพื่อน ที่เป็นขั้วเดียวกัน ซึ่งการทำงานแบบนี้ ตลอดชีวิต ตั้งตาเกิดจนตาย



                NLP ( Neuro Linguistic Programming)  สามารถปรับสภาพเส้นทางเดินใหม่ ของนิวรอนใหม่ ทันที ที่คนๆ นั้นคิดบวก โครงสร้าง ประสาทนั้น ก็ จะยิ่งแข็งแรง คามสำเร็จ ก็จะตามมา ซึ่ง โครงสร้าง นิวรอน จะเชื่อมกันด้วย กระแสไฟฟ้า




                แต่ถ้าไม่ มีการคิดบวก โครงสร้างพวกนี้ ก็จะค่อยๆ เหี่ยวๆ ลงไป ฝ่อลง เล็กลง เรื่อยๆ เพราะขั้วบวก กับบวกก็จะจับกันไปเรื่อยๆ แรกๆ อาจจะทำได้ยาก แต่ถ้าฝึกคิดไปเรื่อยๆ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ



                ลองทำอย่างนี้ ซัก 1 สัปดาห์  ก็สามารถเริ่ม เห็น ความเปลี่ยนแปลงได้ อย่างเห็นผล





จากนักเรียนที่เคยได้ อันดับท้ายๆ ก็ จะขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ จากลูกจ้างธรรมดา กลายเป็นหัวหน้า คนยากจนกลับเป็นมั่งมี  แล้วจะรอช้าทำไมครับ let’s go ถ้ายังอยากเก่ง อยากรวยกันอยู่




วิธีเอาโฆษณาออกจาก google chrome

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การกอดในระดับที่อุ่นใจ













การกอดในระดับที่อุ่นใจ


"รักมาก..ไม่ได้หมายความถึงการกอดแน่น ๆ เพราะความอึดอัด..จะลดปริมาณความหอมหวาน"

ความรัก..แม้มันจะมีความห่วงใยเจือปนอยู่ แต่"ความรัก" ก็คือ "ความรัก" คำเดียว

ที่ไม่น่าจะพ่วงคำอื่นตามมาให้อึดอัด "ความห่วงใย" ควรจะปนอยู่ในความรักอย่างเจียมตัว พอดิบพอดี

แล้วเมื่อไหรที่ความรักมันต้องแตกออกมาเป็นสองคำ หมายถึง มี "ความห่วงใย" มากจนปนความอึดอัด

ต้องดีดตัวออกมาเป็นอีกหนึ่งคำ พ่วงท้ายจากคำว่า "รัก" บางคนบอกว่า เพราะรักมาก

เลยเริ่มมี "ห่วงมาก" "หึงมาก" "หวงมาก"

พวกเขากลับไม่ทราบว่า การดูแลห่วงใย หวงแหน เอาใจใส่กันเกินพอดี

มันกลับถ่ายเทพลังรักให้กันได้น้อยลง...

เพราะการกอดในระดับที่อุ่นใจ.. กับการกอดในระดับที่หายใจไม่ออก ให้ความรู้สึกต่างกันจริง ๆ 

เรามอบความรัก...โดยคิดว่า..ยิ่งรัดให้แน่น..ยิ่งแสดงว่าเรารักเขามาก แต่เมื่อไหร่ที่ทำให้เขาอึดอัด..

เขาจะรู้ว่า..การกอดครั้งต่อไปจะไม่สนุกแล้ว อาการอยากให้กอด..หรืออาการอยากได้ความรักนั้น..ก็จะลดลง

เข้าใจว่า..เวลาเรารักใคร..เราหลีกเลี่ยงความรู้สึกห่วงหวงได้ยากเต็มที แต่เราก็ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า...

เราไม่สามารถยัดเยียดความรักให้เขาได้เท่ากับที่เราให้ แต่การทำให้เขารู้สึกดี..

น่าจะดีกว่าทำให้เขาอึดอัดและรังเกียจ ความรักจะสมบูรณ์...ก็ต่อเมื่อผู้รับ รู้สึกได้อย่างเดียวกับเรา..แม้จะไม่เท่ากัน

แต่หากความรักที่เรามอบให้..กลับทำให้รับรู้สึกในทางตรงข้ามกัน ความทุกข์ก็จะกลับมาเยือนตัวเอง...

เพียงเพราะความปรารถนาดีเกินไปของเรา