วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

มาดูกันว่า 5 เรื่องที่คนรวยคิดไม่เหมือนกับคนทั่วไป นั้นมีอะไรกันบ้าง

มาดูกันว่า 5 เรื่องที่คิดไม่เหมือนกับคนทั่วไป นั้นมีอะไรกันบ้าง
1. คนทั่วไปเน้นการออม คนรวยเน้นสร้างรายได้ -ในปี 2012 คนอเมริกันโดยเฉลี่ยมีรายได้ปีละ $38,000 ถ้าออมได้ 10% สิ้นปีเราก็จะมีเงินเหลือ $3,800 แต่เราจะไม่รวยขึ้นจริง ๆ จัง ๆ ขึ้นมาจากการทำแบบนั้น (เราต้องหารายได้ให้มากขึ้น) ... ความจริงแล้วคนรวยก็ออม แต่เขาเน้นที่การสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นก่อน ซึ่งสัดส่วนของเงินออมจะสูงขึ้นมาก (โดยเฉพาะถ้าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่น้อยลง)
2. คนทั่วไปมองการเริ่มธุรกิจส่วนตัวว่าเป็นความเสี่ยง แต่คนรวย (และคนที่มีโอกาสรวย) จะมองเป็นเส้นทางสู่ฐานะที่มั่งคั่ง - คนทั่วไปมองเงินมองด้วยสมการเส้นตรง เช่น สมมติทำงานได้ชั่วโมงละ $X ถ้ายอมทำงานเยอะขึ้น ก็จะได้เงินมากขึ้น แม้แต่ผู้ที่มีการศึกษาดี ก็คิดว่าการเรียน MBA จะช่วยให้ได้เงินมากขึ้น (ก็จริง แต่ก็เป็นการมองแบบเส้นตรงเช่นกัน คือให้เวลากับการเรียน เพื่อสุดท้ายจะเอาวุฒิไปต่อรองรายได้ให้มากขึ้น) ... ส่วนคนรวยจะมองที่ไอเดีย โดยเฉพาะไอเดียที่จะช่วยแก้ปัญหา (และตอบโจทย์ความต้องการ) ของผู้คนได้ และทำเงินจากเรื่องเหล่านี้ ... แต่ถึงกระนั้น คนรวยก็ไม่ได้กระโดดเข้าใส่ไอเดียอย่างไม่ลืมหูลืมหา เขาจะศึกษาความเสี่ยงอย่างดีก่อนที่จะลงมือทำ
3. คนทั่วไปมองเงินทองด้วยอารมณ์ แต่คนรวยจะมองด้วยเหตุผล - คนทั่วไปมักจะกลัวที่จะขาดทุน/เสียเงิน เมื่อจะทำอะไรใหม่ ๆ แต่คนรวย (และที่มีโอกาสรวย) จะมองเงินว่าเป็นเครื่องมือที่นำมาซึ่งทางเลือกและโอกาส
4. คนทั่วไปตั้งเป้าหมายอย่างเลื่อนลอย แถมยังผัดวันประกันพรุ่ง ส่วนคนรวยจะตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและยืดมั่นจริงจังกับเส้นตาย - คนทั่วไปอาจลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างแบบสะเปะสะปะ แต่คนรวยจะจดจ่อจริงจังอยู่กับธุรกิจเพียงอย่างเดียวที่กำลังปลุกปั้นอยู่ในตอนนั้น และทำทุก ๆ ทาง (ขอให้เป็นทางที่ชอบธรรม) เพื่อให้สำเร็จตามเวลาที่ตั้งใจไว้ (ถ้าทำงานแรกไม่สำเร็จซะที ยอมผัดไปเรื่อย ๆ ก็จะปิดโอกาสในการเริ่มทำงานต่อ ๆ)
5. คนทั่วไปใช้ชีวิตเกินฐานะที่แท้จริง แต่คนรวยใช้ชีวิตต่ำกว่าฐานะ - ถึงจะมีคนรวยมาก ๆ บางราย ที่แสดงการใช้ชีวิตอย่างสุดหรู (To be fair, อาจจะต่ำกว่าฐานะจริง ๆ ของเขาก็ได้ เช่น มีเงินพันล้านเหรียญ แต่ยังนั่งเฟิร์สคลาส ซึ่งก็หรูแล้วสำหรับคนทั่วไป ส่วนอีกคนมีร้อยล้านเหรียญ ก็มี private แล้ว) ... แต่คนรวยโดยทั่วไป ใช้ชีวิตต่ำกว่าฐานะที่แท้จริง ... คนรวยส่วนใหญ่ (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด - เพราะเราจะเห็นแต่ชีวิตของคนรวยบางส่วนที่เขาแสดงให้เห็นต่อสาธารณะ ส่วนคนรวยที่รวยเงียบ ๆ เราก็จะไม่มีโอกาสได้เห็น แต่ไม่ใช่ไม่มีอยู่) จะไม่ไหลไปตามกระแสวูบวาบ พวกเขาต้องการอิสระทางการเงิน และจะไม่เป็นทาสของสิ่งต่าง ๆ
เนื้อหานี้แปลมาจากบทความ "5 Ways Rich People Think Differently From the Rest of Us" ของ Michele Lerner ซึ่งเป็นการสรุปจากหนังสือ "How Rich People Think" ของ Steve Siebold
Credit : Thailand investment forum

วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด ไม่ให้บูดเร็ว







หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด

วันนี้แม่บ้านคนไหนที่มีเรื่องกังวลใจหรือกลุ้มใจในเรื่องของหุงข้าวไม่ทันไรข้าวก็บูดเสียแล้ว ซึ่งหลายคนนั้นคิดว่าการที่เราเคยทิ้งข้าวให้บูดคาหม้อครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปข้าวที่คุณนั้นหุงอีกก็อยู่ได้ไม่นานแล้วจะบูดอีก ซึ่งความคิดนี้เป็นความจริงค่ะ และเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีเชื้อสปอร์ของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเสียตกค้างอยู่ในหม้อหุงข้าว แม้ว่าเรานำหม้อมาล้างด้วยน้ำยาล้างจานสูตรฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เป็นอย่างดีแล้วก็ตาม เชื้อจุลินทรีย์เล่านี้ก็ถูกขจัดออกไปไม่หมด และวันนี้ผู้เขียนมีเคล็ดลับ หุงข้าวยังไงไม่ให้บูด มาฝากกันค่ะ

วิธีที่ 1 ใส่น้ำส้มสายชูลงไป 1 ช้อนชา แล้วกดหุงตามปกติ ที่ทดลองก็หุงข้าว 2 ถ้วย รสชาติก็ไม่มีอะไรแปลกไป ไม่มีรสเปรี้ยว ข้าวจะอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 4-5 วัน โดยที่ไม่มีกลิ่น ไม่แฉะ ไม่บูด

วิธีที่ 2 นำหม้อที่บูดใส่เกลือ ที่อยู่ในครัว นำมาใส่ในหม้อผสม แล้วทิ้งไว้ประมาณ1-2 ชม.เสร็จแล้ว แล้วล้างหม้อให้สะอาด นำไปหุงเหมือนเดิม ครั้งต่อไป จะล้างหม้อใส่เกลือผสมกับน้ำล้างตามปกติ ประมาณ 2-3 ครั้ง หม้อที่บูดก็จะหายบูด

วิธีที่ 3 ให้ทำความสะอาดหม้อหุงข้าวด้วยน้ำยาล้างจาน และน้ำสะอาดตามวิธีปกติก่อน 1 ครั้ง จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงในหม้อหุงข้าวประมาณ 2 ถ้วยตวง และกดปุ่ม Cook เป็นระยะเวลานาน 15 นาที (สำหรับหม้อหุงข้าวขนาดครัวเรือน) จะสามารถช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ตกค้างอยู่ได้ และช่วยแก้ปัญหาข้าวบูดเสียง่ายกว่าปกติ

เพียงแค่คุณแม่บ้านนั้นลองทำตามวิธีหุงข้าวยังไงไม่ให้บูดที่ผู้เขียนนำมาฝากสัก 1 วิธี แค่นี้ปัญหาข้าวบูดนั้นก็จะหมดไปแล้วละค่ะ

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บินล่าช้า แก้ไม่ตก แอร์จีนฝึกหย่งชุน รับลูกค้าเหวี่ยงใส่

Hong Kong Airlines Wing Chun - 14Mar - Final English Version








สภาพอากาศที่เลวร้ายหมอกลงจัด จนสนามบินสนามบินฉังสุ่ย คุนหมิง เลื่อนกำหนดและยกเลิกเที่ยวบินต่างๆ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2556 กว่า 440 เที่ยวฯ ทำให้ผู้โดยสารกว่า 20,000 คนต้องอยู่ในความเครียด และก่อเหตุวุ่นวายใช้ความรุนแรง โดยนอกจากสภาพอากาศที่เลวร้าย อาทิ หมอกลงจัด จะเป็นเหตุปัจจัยเที่ยวบินล่าช้าเป็นประจำของจีนแล้ว การร่วมใช้สนามบินพาณิชย์ กับกองทัพฯ ยังเป็นปัจจัยหลัก เช่นเดียวกับ ความไม่สามารถรับมือกับสภาวะกดดันของพนักงานต้อนรับ และเจ้าหน้าที่สนามบิน ซึ่งล้วนเป็นปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมธุรกิจการบินโดยสารจีน (ภาพเอเอฟพี)
       เอเยนซี - ปัญหาพฤติกรรมความรุนแรงของผู้โดยสารสายการบิน เริ่มปรากฎเป็นข่าวต่อเนื่องทุกสัปดาห์อันมีเหตุมาจากเที่ยวบินล่าช้า ต้องนั่งคอยเป็นเวลานาน ผู้เชี่ยวชาญฯ หวั่นสนามบินกลายเป็นพื้นที่แห่งความรุนแรง ชี้ปัญหาเกิดจากการใช้สนามบินร่วมกับกองทัพฯ และทัศนวิสัยกับสภาพอากาศที่มักแปรปรวน ประกอบกับความไม่สามารถในการรับมือกับอารมณ์ของผู้โดยสาร ด้านดรากอนแอร์ ฝึกมวยหย่งชุนให้พนักงานรับสถานการณ์
      
       ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จะพบว่าสื่อต่างๆ ได้รายงานปัญหาความประพฤติความรุนแรงของผู้โดยสาร สายการบินที่ปรากฎเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง อันมีเหตุมาจากปัญหาเที่ยวบินล่าช้า โดยนับตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน ปีที่แล้ว ที่ผู้โดยสารกว่า 20 คน ก่อเหตุลงไปขวางทางวิ่งของเครื่องบิน สนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย และโกรธที่เที่ยวบินล่าช้ากว่า 16 ชั่วโมง จนมาถึงการตะลุมบอนมีเรื่องมีราวกับเจ้าหน้าที่สนามบินฉังสุ่ย ในคุนหมิง ต้นปี จนล่าสุดนี้ มีรายงานว่ายังคงพบเห็นความรุนแรงเหตุการณ์ย่อยอื่นๆ เกิดขึ้นเกือบทุกสัปดาห์
      
       สำหรับพนักงานต้อนรับสายการบินนั้น เรียกได้ว่า หันไปทางไหน ทั้งบนเครื่องและภาคพื้นดิน ทั้งเที่ยวบินในประเทศ จนถึงระหว่างประเทศ ล้วนมีความเสี่ยงในการเผชิญกับความรุนแรงจากโทสะของผู้โดยสารทั้งสิ้น
      
       ดร.เวอร์นอน เนส คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย กล่าวเตือนว่าการปล่อยปละ ไม่ยอมแก้ปัญหาทั้งเรื่องเที่ยวบินล่าช้า จนถึงบังคับใช้กฎฯ ลงโทษอย่างจริงจังกับผู้โดยสารที่ก่อเหตุจะทำให้สนามบินกลายเป็นที่แห่งความดิบเถื่อนไร้ระเบียบ
      
       เนส กล่าวว่า ปัญหาทางพฤติกรรมของผู้โดยสารชาวตะวันตก มักจะเป็นเรื่องอาละวาดเมาสุรา แต่กรณีที่เกิดในจีนแผ่นดินใหญ่ ล้วนเป็นเรื่องโมโหที่เที่ยวบินล่าช้า ซึ่งว่ากันที่จริงแล้วไม่ใช่ความผิดของสายการบิน แต่เป็นเพราะข้อจำกัดของการใช้พื้นที่สนามบิน ที่ใช้ในการขึ้น-ลง ร่วมกับกองทัพ โดยมีพื้นที่จำกัดคับแคบเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่ให้บริการพาณิชย์ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิการบินของหน่วยงานกองทัพ ดังนั้นผู้โดยสารจึงโกรธเคืองผิดคนแล้ว
      
       กระนั้นก็ตาม งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ระบุว่าสายการบินมาตรฐานมักจะรับมือกับปัญหาลูกค้าได้ดีกว่า สายการบินเล็กๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมพนักงานในการเผชิญกับสถานการณ์ และผ่อนคลายบรรยากาศก่อนที่จะทวีความรุนแรง
      
       ไมเคิล หว่อง ประธานสมาคมพนักงานต้อนรับ สายการบินดราก้อนแอร์ ซึ่งมีพนักงานกว่า 1,200 คน กล่าวว่า พนักงานฯ มีความจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าในสถานการณ์กดดันนั้น ควรจะปฎิบัติอย่างไร มีขั้นตอน หรือสิทธิและหน้าที่อย่างไร อาทิ การแจ้งไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัย ในทันทีที่มีเงื่อนไขอันอาจก่อความรุนแรงเกิดขึ้น และพยายามจำกัดขอบเขตปัจจัยปลุกเร้าอารมณ์เดือด
โรส ชาน พนักงานต้อนรับสายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ ขณะสาธิตการฝึกมวยหย่งชุน (ภาพ เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์)
       แคเธอรีน เฉิง ผู้ฝึกสอนศิลปะป้องกันตัว ตามหลักสูตรอบรมพนักงานต้อนรับของสายการบินดราก้อนแอร์ กล่าวว่า พนักงานต้องเผชิญกับสภาวะอารมณ์และพฤติกรรมก้าวร้าวของผู้โดยสารตลอดเวลา ขณะที่บางสายการบิน ก็ไม่กล้าลงโทษลูกค้าของตน แม้จะทำผิด อาทิ กลุ่มผู้โดยสารที่ลงไปขวางทางวิ่งที่สนามบินเซี่ยงไฮ้ ไม่ถูกตั้งข้อหาละเมิดการรักษาความปลอดภัยที่สนามบิน หนำซ้ำ ยังได้รับการชดเชยสำหรับความล่าช้า จากสายการบินอีกคนละ 1,000 หยวน
      
       เนส กล่าวว่า กรณีที่เกิดในเซี่ยงไฮ้ ค่อนข้างแปลก และไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การให้บริการการบินโดยสาร ที่ปล่อยให้ผู้โดยสารทำพฤติกรรมอันอาจก่อให้เกิดอันตราย ทำอะไรๆ ได้ตามใจชอบ ซึ่งเขามองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และกลับจะเป็นการส่งสัญญาณด้านลบ ให้ท้ายพฤติกรรมดังกล่าว
      
       ผู้เชี่ยวชาญฯ หลายคน กล่าวว่า สายการบินไม่ต้องการมีเรื่องกับผู้โดยสารของตน ขณะเดียวกันก็ตระหนักว่าปัญหาเที่ยวบินล่าช้านั้น เป็นเพราะการร่วมใช้สนามบินพาณิชย์ กับกองทัพฯ จึงอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หันไปทางซ้ายลูกค้า เหลียวมองขวา ก็กองทัพ และว่าสภาพอากาศที่เลวร้าย อาทิ หมอกลงจัด ยังเป็นอีกปัจจัยหลัก เช่นเดียวกับ ความไม่สามารถรับมือกับสภาวะกดดันของพนักงานต้อนรับ และเจ้าหน้าที่สนามบินฯ
      
       อิลีน หว่อง ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารของ บริษัทสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยพฤติกรรม หรือปัญหาขัดแย้งของพนักงานกับลูกค้าได้ เพราะถือเป็นข้อมูลส่วนตัวที่อาจสร้างความเสียหายให้ลูกค้า อีกทั้งเป็นเหตุผลด้านความปลอดภัยฯ
      
       ด้านดราก้อนแอร์ สายการบินน้องในเครือของสายการบินคาเธ่ย์ ซึ่งมีเครือข่ายเส้นทางบริการในจีนแผ่นดินใหญ่ ก็ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลรายละเอียดฯ โดยแถลงว่า สิทธิของผู้โดยสารเป็นสิ่งที่บริษัทต้องคำนึงก่อนอื่นใด ดังนั้นขณะที่หลายฝ่ายยังไม่รู้จะแก้ปัญหาเที่ยวบินล่าช้าอย่างไร แต่ก็ต้องเผชิญกับพฤติกรรมก้าวร้าว ของผู้โดยสารแทบทุกสัปดาห์ จึงดูเหมือนว่าวิธีเดียวที่จะช่วยได้ในตอนนี้ คือ ให้พนักงานฯ ฝึกหัดมวยหย่งชุน ไว้ป้องกันตนเอง และควบคุมสถานการณ์หากจำเป็น
      
       แคเธอรีน เฉิง ครูฝึกมวยฯ กล่าวว่า ทุกวันนี้ พนักงานต้อนรับสายการบินจีนหลายแห่ง กำลังเผชิญกับสถานการณ์กดดันมากขึ้นทุกที และจำยอมตกเป็นฝ่ายตั้งรับ สายการบินเหล่านั้นจึงได้เพิ่มชั่วโมงฝึกมวยหย่งชุนไว้ในตารางการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าอย่างน้อยก็เป็นวิธีที่พนักงานสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่ถูกทำร้ายร่างกาย และยังเป็นการฝึกสติรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง
      
       เกรแฮม ฟิวค์ นักธุรกิจชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้โดยสารในเที่ยวบินหนึ่งที่เกิดเหตุการณ์รุนแรง ผู้โดยสารชายจีนโมโหจัดชกต่อยพนักงานต้อนรับหญิงตัวเล็กๆ ด้วยต้องทนนั่งรอนานอยู่บนเครื่องที่บินล่าช้ากว่ากำหนดถึง 4 ชั่วโมง ฟิวค์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่หลังจาก เข้าไปช่วยแยกผู้โดยสาร ทำร้ายพนักงานฯ กลับได้ยินเสียงปรบมือชอบใจสนับสนุนการกระทำของชายคนดังกล่าว ทั้งที่เขาควรจะถูกตำหนิลงโทษ และอาจถึงขั้นไล่ลงจากเครื่องบินไปก่อนได้ แต่เปล่าเลย ไม่มีใครกล้าทำอะไรชายคนนั้น ไม่มีการแจ้งความ หรือฟ้องรายงานฯ
      
       ดังนี้ ดร.เวอร์นอน เนส ผู้เชี่ยวชาญกฎระเบียบการบิน กล่าวว่า กรณีเช่นนี้ สายการบินสามารถและควรอย่างยิ่งที่จะฟ้องร้องเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และอย่างน้อยก็ช่วยระงับสติอารมณ์ของคนพฤติกรรมดังกล่าวรายต่อไป อีกทั้งย้ำว่า การควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวายบนเครื่องบินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และสิ่งที่จำเป็นสำหรับตอนนี้คือการเข้มงวดต่อกฎหมาย หรือข้อกำหนดกฎระเบียบที่ใช้บนเครื่องบินอย่างจริงจัง
      
       (คลิปประชาสัมพันธ์สายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ กับเสน่ห์ของมวยหย่งชุน)





http://manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9560000098177

วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิธีลดกรรม 45 อย่าง






วิธีลดกรรม 45 อย่าง


1. กรรมที่ไม่มีลูก 
กรรมจาก การทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น 
ลดกรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือมูลนิธิเด็กอ่อน

2. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย
กรรมจาก เคยทำทารุณกรรมต่อสัตว์
ลดกรรม ด้วยการทำบุญทำทานกับสัตว์อนาถา ให้อาหารให้ความเมตตา ซื้อยาหรือบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญปล่อยเต่า งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต

3. ตาบอดหรือเป็นโรคตา
กรรมจาก เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไม่เคยทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงในชาติก่อน หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ
ลดกรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียงทุกวันพระ บริจาคเงินในกล่อง ซื้อน้ำมันเติมตะเกียงที่วัด

4. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย
กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ
ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ

5. สูญเสียคนใกล้ชิด
กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา
ลดกรรม ทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ งดกินเนื้อสัตว์อย่างน้อยสัก 1 อย่างชั่วชีวิต หรือกินเจทุกๆ 3 เดือน ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

6.ถูกนินทา ถูกให้ร้าย
กรรมจาก เคยพูดจาให้เป็นเหตุให้คนอื่นเป็นทุกข์หรือเดือดร้อน
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี พูดดี พูดให้คนอื่นเกิดประโยชน์ พูดให้ผู้อื่นมีความสุข

7. มักเดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด
กรรมจาก เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา
ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ทำบุญถวายสังฆทานทุกเดือน ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ หรือทุกๆเดือนในวันพระ ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกจ่ายฟร

8. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร
กรรมจาก ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ
ลดกรรม ร่วมทำบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมด้วยแรงกายช่วยงานอื่นๆในงานศพ เช่นทำอาหาร จัดดอกไม้

9. ตั้งหลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย
กรรมจาก ไม่เคยร่วมทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร แก่วัดวาอารามต่างๆ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างหลังคาวิหาร ร่วมทำบุญฝังลูกนิมิต หมั่นไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ณ เมืองที่ตนอยู่อาศัย

10. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน
กรรมจาก ไม่เคยบวช หรือทำบุญงานบวช
ลดกรรม บวช ด้วยจิตศรัทธาปวารถาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงจะบวช 7 วัน หรือ 15 วัน 1 เดือน 1 พรรษา แล้วแต่
จิตศรัทธา ถ้าเป็นสตรีจะบวชชีพราหมณ์ หรือถือศีล 8 ตามเวลาที่สะดวกและตั้งจิตศรัทธา หรือร่วมทำบุญงานบวชอย่างสม่ำเสมอเท่าที่จะทำได้

11. ไม่มีคนชื่นชมเอ็นดู ชาดเสน่ห์
กรรมจาก ไม่เคยถวายของหอม
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระทุกวันพระ ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย ทองคำเปลว ประน้ำอบน้ำปรุง ประพฤติดี
ปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น คิดดี ทำดี พูดดี ให้ผู้อื่นได้ดี มิให้ร้ายผู้ใด

12. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว
กรรมจาก ทำติเตียนดูแคลน ผู้ที่ชอบทำบุญทำทาน
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆปี ชักชวนผู้อื่นให้ร่วมทำบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุญผู้อื่น
พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกฟรี

13. ไปไหนมาไหนลำบาก มีแต่อุปสรรค
กรรมจาก เคยทำลายหนทางสัญจรของวัด หรือของชาวบ้าน หรือทำให้ทางสัญจรสาธารณะได้รับความไม่สะดวก
ลดกรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกายช่วงสร้างสะพาน สร้างทางอันเป็นประโยชน์แก่วัด หรือชุมชนเล็กๆ ช่วยผู้คนยากไร้ให้ได้มียวดยานพาหนะหรือทางสัญจรที่สะดวก

14. เป็นคนรับใช้เขาร่ำไป
กรรมจาก เคยเนรคุณผู้ที่เคยมีพระคุณแก่ต
ลดกรรม ตอบแทนผู้มีคุณด้วยความกตัญญู ร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูป พระประธาน ทำทานทั้งกับคนและสัตว์

15. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ
กรรมจาก เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน เมื่อมีคนยากไร้มาขอทานอาหารและน้ำ
ลดกรรม แบ่งปันอาหาร น้ำ เสื้อผ้า แก่คนยากไร้อนา! ถา แม้ไม่มีเงินก็แบ่งปันสิ่งของตามที่มี ตักบาตรทุกเช้าหรือทุกวันพระ

16. อาภัพคู่ ร้างคู่
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขา
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานคู่บ่าวสาวที่ยากจน ถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ เป็นต้น

17. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำร้ายตนหรือทำให้เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน เคยทุบตีทำร้ายคู่
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

18. อยู่โดดเดี่ยวยามบั้นปลาย
กรรมจาก เคยจับสัตว์ขัง
ลดกรรม ทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญทำทานแก่เด็กอนาถาและสัตว์อนาถา

19. รูปร่างหน้าไม่งดงาม
กรรมจาก ไม่เคยถวายดอกไม้ของหอม
ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไม้หอม ทำบุญบริจาคดวงตา บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล

20. มักถูกโกง ถูกเบี้ยวเงิน
กรรมจาก เคยคดโกงผู้อื่น!
ลดกรรม สละทรัพย์บริจาคร่วมการกุศลต่างๆ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกๆ เดือน

21. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ
กรรมจาก เคยทุบตีพ่อแม่ ด่าพ่อแม่ หรือทำร้ายพ่อแม่
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีล 5 ศีล 8 เจริญภาวนา นั่งวิปัสสนากรรมฐาน

22. มีคดีความ
กรรมจาก เคยพบคนทุกข์ร้อนแล้วไม่ช่วยหรือพยายามหาทางช่วยเหลือ
ลดกรรม หมั่นทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือนๆ ละ 7 วัน

23. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
กรรมจาก ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ที่มาขออาหาร ขอชายคาหลบฝน ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
ลดกรรม ร่วมทำบุญซื้อกระเบี้องหลังคาโบสถ์ หมั่นไปกราบไหว้บู! ชาศาลหลักเมือง ทำบุญทำทานแก่สัตว์พิการหรือสัตว์จรจัด

24. จิตใจขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห
กรรมจาก มักตะหนี่ในการทำบุญ
ลดกรรม สวดมนต ์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 5 หรือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือน บริจาคทาน แบ่งปันเงินทองหรือ สิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือร่วมทำบุญบริจาคทานกับมูลนิธิสถานสงเคราะห์ และวัดวาอารามต่างๆ

25. ไม่มีชื่อเสียง
กรรมจาก เคยติฉินนินทาทำให้ผู้อื่นเสียหาย
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างหอระฆัง ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา

26. ไม่มีวาสนาบารมี
กรรมจาก ไม่เคยนับถือชื่นชมผู้นับถือธรรมมะ
ลดกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป ทำทานกับคน

27. มีลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เชื่อฟัง
กรรมจาก ทำแท้ง เคยทำร้ายคนใกล้ชิดมาก่อน และทำร้ายจิตใจครอบครัวในชาติก่อน
ลดกรรม บวชเณร โดยให้ลูกบวชหรือไปร่วมบวช จะทำให้กรรมน้อยลง ปฏิบัติธรรมอุทิศให้ลูกตนเอง

28. เจอแต่คนเอาเปรียบ
กรรมจาก เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ เคยโกงคนไว้ในอดีตชาติ ขโมยเงินครอบครัวมาใช้
ลดกรรม หมั่นยึดถือศีล 5 ให้มั่น ไม่ดื่มเหล้า ทำให้ขาดสติ โดนโกงง่าย หมั่นสวดมนต์ อธิษฐานบารมีด้านขอพรให้พบเจอคนดีๆ เข้ามาในชีวิต

29. เกิดในสกุลต้อยต่ำ
กรรมจาก โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างวัด สร้างพระประธาน ทำบุญทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

30. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา
กรรมจาก เคยเมาสุระอาละวาด ระรานผู้อื่น!
ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำทานกับคนอนาถา และสัตว์อนาถา ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

31. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์
กรรมจาก เคยชักจูงคนทำชั่ว
ลดกรรม ถือศีล 8 เป็นเวลา 7 วัน ทุกๆ 3 เดือน หมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน

32. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยริษยาผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาลงน้ำ นั่งสมาธิ สวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

33. ชีวิตตกต่ำ ทำสิ่งใดไม่เจริญ
กรรมจาก เคยทำแท้ง
ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำทุกๆ เดือน จนครบ 9 เดือน หรือ 1 ปีเต็ม ถวายสังฆทาน ทำบุญใส่บาตรเสมอ

34. เป็นเมียน้อย เมียเก็บ
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม เคยอธิษฐานจิตร่วมกันมาว่ากี่ภพก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน
ลดกรรม ถวายธงคู่ ธูปคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ อย่างใดก็ได้ อธิษฐานจิตขอให้ชีวิตคู่ที่ดีขึ้น บวชชีพราหมณ์ ปีละ 1 ครั้ง 3 วัน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยล่วงเกินให้ได้รับกุศลและเปิดทางให้ชีวิตคู่ดีขึ้น ร่วมเป็นเจ้าภาพงานแต่ง เพื่อชีวิตตนจะดีขึ้นและสมหวัง สวดมนต์ขอพรทุกวันเกิดด้านความรักให้สมหวังต่อไป ทำบุญสังฆทานสด ในวันเกิดตนเอง เดือนละครั้ง เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติและวิญญาณที่ตามมาให้ได้รับกุศลและอโหสิกรร

35. เป็นทุกข์เพราะคนในครอบครัว
กรรมจาก เคยลำเอียง ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัวไว้ก่อน เคยเอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดไว้ในชาติอดีตและชาติปัจจุบัน เคยทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกในอดีตชาติ
ลดกรรม ต้องบวชชีพราหมณ์ เพราะเมื่อเกิดอีกภพชีวิตจะได้ดีมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะกุศลของการบวช ปฏิบัติธรรมทำให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรม และตนเองได้พบสิ่งที่มีกุศลมากขึ้น ยึดพรหมวิหาร 4 มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะทำให้ชีวิตมีความเมตตา และไม่ลำเอียงเอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้วิถีชีวิตมีคนนับถือและพ้นจากความทุกข์ในเรื่องญาติพี่น้องยุ่งเกี่ยวได้ นำพระคู่บ้านคู่เมืองเข้าสักการะที่บ้าน และสวดมนต์ขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

36. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
กรรมจาก ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำร้ายคนไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ
ลดกรรม ตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติ รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้กุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ปล่อยสัตว์ลงน้ำในวันเกิดตนเอง กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับและอโหสิกรรม ถวายยาเข้าวัด หรือช่วยเหลือคนป่วย

37. เป็นมะเร็ง
กรรมจาก รู้เห็นเป็นใจกับการทำแท้ง การทารุณสัตว์ หรือการทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญใหญ่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวชชีพราหมณ์ 1 เดือน เพื่อส่งกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม
ทำบุญสร้างพระพุทธรูป สร้างโบสถ์หรือสร้างศาลาวัด ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี หมั่นนั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน

38. ค้าขายขาดทุน ทำงานไม่ก้าวหน้า
กรรมจาก เคยลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง
ลดกรรม หมั่นทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องเซ่นสังเวย เจ้าที่-เจ้าทาง หมั่นสวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

39. ด้อยปัญญา
กรรมจาก ฝักใฝ่อบายมุขในชาติก่อน หรือชักชวนคนไปทำชั่ว ดูแคลนหลักธรรมมะ
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจก ทำบุญทำทานกับโรงเรียนของเด็กพิการหรือตามมูลนิธิต่างๆ

40. ตกงาน
กรรมจาก เคยกลั่นแกล้งผู้อื่นในเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อื่น
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทาน ร่วมงานบุญต่างๆ ปล่อยนกปล่อยปลา

41. ไม่มีโชคลาภ
กรรมจาก ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ
ลดกรรม หมั่นทำบุญสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูป เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย และทองคำเปลว

42. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค
กรรมจาก ชาติก่อนปฏิเสธการฟังเทศน์ฟังธรรม
ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ร่วมงานบุญต่างๆ ฟังเทศน์ อ่านหนังสือธรรมะ

43. มีอาชีพต้อยต่ำที่ผู้คนดูแคลน
กรรมจาก ชาติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ความศรัทธา อาศัยผ้าเหลืองหากิน
ลดกรรม ถือศีล 5 ศีล 8 นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน

44. ครอบครัวยากจน
กรรมจาก ชาติก่อนไม่เคยบริจาคทาน
ลดกรรม หมั่นทำบุญด้วยการบริจาคทาน ถ้ามีเงินไม่มากก็บริจาคเป็นสิ่งของ แรงกาย หรือน้ำใจ ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น ไปช่วยอ่านหนังสือให้มูลนิธิคนตาบอด

45. เป็นทุกข์เพราะความรัก
กรรมจาก ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อื่นให้อกหัก
ลดกรรม ประพฤติดีปฏิบัติดีทั้งความคิด กาย วาจา ใจ ร่วมทำบุญงานแต่งงาน ทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่นได้สมรักสม

อ่านให้จบเพราะ จุดเด่นอยู่ที่ข้อ 19 คับ
กฏแห่งกรรม
1. เหตุใดคุณมีเสื้อผ้าแพรพรรณอันงดงามสวมใส่มากมาย
เพราะชาติก่อนคุณเคยถวายจีวรแด่พระสงฆ์

2. เหตุใดชาตินี้คุณมีอาหารดีดีรับประทานอยู่เสมอ
เพราะชาติก่อนคุณเคยทำทานอาหารแก่คนยากจนในชาติก่อน

3. เหตุใดชาตินี้คุณอดอยากยากจน ไม่มีเสื้อผ้าดีดีสวมใส่
เพราะคุณตระหนี่ขี้เหนียวไม่ยอมทำทานคนจน ในชาติก่อน

4. เหตุใดชาตินี้คุณมีบ้านเรือนใหญ่โต
เพราะคุณเคยถวายข้าวสารเข้าวัดในชาติก่อน

5. เหตุใดชาตินี้คุณมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสุขมาก
เพราะคุณเคยถวายเงินสร้างวัดในชาติก่อน

6. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนสวย และรูปงาม
เพราะคุณเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระด้วยความเคารพในชาติก่อน

7. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมีปัญญาดี
เพราะคุณเคยเป็นพุทธมามกะและทานมังสวิรัติในชาติก่อน

8. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นที่รักของทุกๆ คนและมีเพื่อนมากมาย
เพราะคุณเคยสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคนในชาติก่อน

9. เหตุใดชาตินี้คุณมีพ่อ แม่อยู่พร้อมหน้า
เพราะคุณเคารพและให้ความช่วยเหลือ ไม่ดูแคลนคนไร้­ญาติในชาติก่อน

10. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นเด็กกำพร้า
เพราะคุณเคยยิงนก ตกปลา และพรากสัตว์ในชาติก่อน

11. เหตุใดชาตินี้คุณมีอายุยืนแข็งแรง
เพราะคุณเคยปล่อยนก ปล่อยปลา สิ่งมีชีวิตในชาติก่อน

12. เหตุใดชาตินี้คุณอายุสั้น
เพราะชาติก่อนคุณเคยฆ่าสัตว์มากมาย

13. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนรับใช้
เพราะชาติก่อนคุณเคยดูถูกเหยียดหยามคนจน

14. เหตุใดชาตินี้คุณมีด??งตาสดใส
เพราะชาติก่อนคุณเคยเติมน้ำมันตะเกียงและจุดไฟบูชาพระ

15. เหตุใดชาตินี้คุณโง่ปั­­ญญาอ่อนและหูหนวก
เพราะชาติก่อนคุณเคยด่าว่าและหยาบคายต่อหน้าพ่อแม่

16. เหตุใดชาตินี้คุณต้องตายเพราะยาพิษ
เพราะชาติก่อนคุณเจตนาวางยาในต้นน้ำลำธารให้เป็นพิษ

17. เหตุใดชาตินี้คุณจึงแขวนคอตาย
เพราะชาติก่อนคุณใช้ตะข่ายล่าและดักสัตว์

18. ถ้าชาตินี้คุณฆ่าเขา
ชาติหน้าเขาก็จะฆ่าคุณ และจะฆ่ากันไป-มาไม่มีสิ้นสุด

19. ถ้าชาตินี้คุณบอกเล่ากฏแห่งกรรม
คุณจะเป็นที่เคารพนับถือมากมายในชาติหน้า

**อ่านเสร็จแล้ว ถ้าส่งต่อ ก็เหมือนได้ปฏิบัติตามกฏแห่งกรรม ข้อที่ 19 แล้ว ด้วยความปราถนาดี**


ส่วนตัวกรรมที่เคยทำลดไม่ได้
กรรมดี 1 ส่วน
กรรมไม่ดี 1 ส่วน

ไม่เท่ากับ 1-1 ไม่เท่ากับ 0
ดีส่วนดี ไม่ดีส่วนไม่ดี ไม่ได้หักล้างกัน
ทำได้แค่ ชาตินี้ หมั่นทำกรรมดีให้มากกว่ากรรมไม่ดี
 





วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เจาะลึกเบื้อง หลัง ชานมไข่ มุก กกก คุณหรือโทษ




เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ทิวาพร มณีรัตนศุภร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

          เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เครื่องดื่มสุดฟินอย่าง "ชานมไข่มุก" เข้ามาตีตลาดในเมืองไทย จนเกิดเป็นกระแสขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มาจนถึงวันนี้ เครื่องดื่มอย่างชานมไข่มุกก็ยังคงฮิตติดตลาด แถมยังมีหลากเมนู หลากรสชาติให้เลือกดื่มดับกระหายกันอีกด้วย แต่เอ...ถ้าลองเจาะลึกเบื้องหลังของชานมไข่มุกแต่ละแก้วดูแล้ว ดูเหมือนจะไม่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคเท่าไรเลยนะเนี่ย 

          ลองมาดูข้อมูล เจาะลึกเบื้องหลังชานมไข่มุก : คุณหรือโทษ ที่เขียนขึ้นโดย ทิวาพร มณีรัตนศุภร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กันดู จะได้รู้ว่าชานมไข่มุกเครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน มี "คุณ" หรือ "โทษ" มากกว่ากัน 



เจาะลึกเบื้องหลังชานมไข่มุก : คุณหรือโทษ 
โดย ทิวาพร มณีรัตนศุภร สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

          ปัจจุบัน เครื่องดื่มคลายร้อนชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาเย็น กาแฟเย็น น้ำผลไม้ปั่น ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ชานมไข่มุกก็เป็นเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่กลายเป็นกระแสนิยมที่มาแรงในขณะนี้ โดยเห็นได้จากจำนวนร้านค้าชานมไข่มุกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้คุณค่าทางโภชนาการของเครื่องดื่มที่กำลังมาแรงในขณะนี้

          การศึกษามากมายที่ระบุถึงประโยชน์ของการดื่มน้ำชาเพื่อสุขภาพ เช่น สามารถช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในหลอดเลือด และการมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็ง ซึ่งประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของชาและความเข้มข้นในการบริโภค แต่การบริโภคชาเปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน คือ การดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ท้องผูก นอนไม่หลับ เป็นต้น

          แต่ชานมไข่มุก 1 แก้ว มิได้มีเพียงแต่น้ำชาเท่านั้น แต่ยังมีน้ำเชื่อม ครีมเทียม และไข่มุกเพิ่มขึ้นมา ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงาน 240-360 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 45-62 กรัม, ไขมัน 0-14 กรัม, โปรตีน 0.4-2 กรัม) ความแตกต่างของพลังงานและสารอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเชื่อมและครีมเทียมที่ใส่ลงไป

          โดยไข่มุกที่อยู่ในชานมไข่มุกนั้น ผลิตมาจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งจัดอยู่ในอาหารหมวดเดียวกับแป้งและน้ำตาล โดยไข่มุก 30 กรัม ให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี่ ซึ่งพลังงานที่ได้จากการดื่มชานมไข่มุกใกล้เคียงกับการรับประทานก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ 1 ชาม ที่ให้พลังงาน 326 กิโลแคลอรี่ (คาร์โบไฮเดรต 41 กรัม, ไขมัน 8 กรัม, โปรตีน 21 กรัม) หรือเปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลที่ได้รับจากชานมไข่มุกจะเท่ากับข้าว 3-4 ทัพพี

          มีการศึกษาวิจัยพบว่า การดื่มชาคู่กับนมหรือน้ำตาลจะลดคุณสมบัติของชาในการต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำตาลที่ใส่ในน้ำชายังถือเป็นสิ่งที่ให้พลังงานสูญเปล่า หมายถึงสิ่งที่ให้พลังงานที่มาจากคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวโดยไม่มีสารอาหารอย่างอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งมีการศึกษาระบุว่า การดื่มน้ำตาลในปริมาณมาก ๆ อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือดเหมือนกับการดื่มน้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มประเภทชาเขียวพร้อมดื่มที่มีวางจำหน่ายทั่วไป 

          นอกจากนี้ ครีมเทียมที่ใส่ลงในชานม ไขมันส่วนใหญ่จะผลิตจากไขมันปาล์มซึ่งมีกรดไขมันอิ่มตัวสูง โดยเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่า การบริโภคกรดไขมันอิ่มตัวเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

          ดังนั้น การบริโภคชานมไข่มุกเป็นประจำอาจนำไปสู่การเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งการดื่มชานมไข่มุกที่เหมาะสมคือ การดื่มโดยคำนึงถึงพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน โดยการทดแทนการดื่มชานมไข่มุกกับการลดการบริโภคอาหารในกลุ่มข้าว แป้งหรือการลดปริมาณน้ำตาลที่ใส่ในชานมไข่มุกที่คุณสั่ง และหลีกเลี่ยงการใส่ครีมเทียมลงไปในชานมไข่มุกที่คุณสั่ง เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถลดอันตรายที่มาจากชานมไข่มุกได้